|
ชื่ออื่นๆ นกกรงหัวจุก (ใต้) นกปรอดหัวโขนเคราแดง นกปรอดหัวจุก นกปรอดหัวโขน (กลาง) นกพิชหลิว นกปริ๊จจะหลิว( เหนือ) |
ลักษณะทั่วไป มีขนาดยาวประมาณ ๒๐ ซ.ม มีปากเรียวแหลม ปลายปากโค้งเล็กน้อย และมีขนสั้นแข็งบริเวณโคนปาก คอสั้น ลำตัวเพรียว ปีกสั้น หางยาว โดยนกปรอดหัวโขนมีขนหงอนยาวสีดำตั้งชันขึ้นมาบนหน้าผากเป็นลักษณะเด่น มองดูคล้ายกับคนที่สวมหัวโขนหรือชฎาที่มียอดแหลมขึ้นมา ลักษณะพิเศษของนกปรอดหัวโขนจะมีปากดำ กระหม่อมดำเช่นเดียวกับหงอน แก้มสีขาวและมีเส้นสีดำลากจากโคนปาก ลงมาต่อกับแถบสีดำข้างคอ ใต้ตามีแต้มสีแดง ลำตัวด้านบนสีน้ำตาล ลำตัวด้านล่าง สีขาว โคนหางด้านล่างสีแดง ปลายขอบหางสีขาว ขาสีดำ
วิธีดูเพศนก
นกกรงหัวจุกตัวผู้
หัวใหญ่ หน้าใหญ่ ขนคอขาวฟู ฐานจุกใหญ่ ปลายจุกโค้งไปด้านหน้าเล็กน้อย ดวงตาสดใส หมึกดำจะยาวกว่าตัวเมีย บางตัวปลายหมึกเกือบชิดกัน บัวแดงใหญ่ สีสดชัดเจน ข้อสังเกตุคือ ขนหัวปีกทั้งสองข้างมีสีแดงนิดหน่อยซึ่งตัวเมียไม่มี บริเวณขนหน้าอกหน้าท้องถ้าใช้ลมปากเป่าเบา ๆ จะเห็นขนอ่อนคลุมทั่วไป แต่ตัวเมียไม่ค่อยมี นกเก่งตอนยืนร้องจะเหยียดขาจนสุดข้อเท้า ปลายหางสอดใต้คอน ลีลาท่าเต้นงดงาม ร้องเป็นเพลงยาว ๆ มีจังหวะที่ดี 5-7 คำ
นกกรงหัวจุกตัวเมีย
หัวเล็ก หน้าเล็ก ขนคอเรียบ ๆ ฐานจุกเล็ก ปลายจุกโค้งไปด้านหลังหรือชี้ตรง หมึกดำมีไม่มาก บัวแดงเล็ก เรียบ ลีลาร้องไม่คึกคัก เพลงไม่ยาว มักร้อง 1 – 3 คำ ( ส่วนมาก 2 คำ )
นกปรอดหัวโขนที่ยังโตไม่เต็มวัยตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกันบริเวณหน้าผากและหงอนมีสีน้ำตาลอมดำ แต้มสีแดงใต้ตายังไม่ปรากฏ เห็นเพียงแก้มสีขาวใต้โคนหางก็เป็นสีชมพูจางๆ หรือสีส้มอ่อน ๆ ยังไม่แดงเข้มเท่ากับพ่อแม่ สำหรับแต้มสีแดงใต้ตาเป็นลักษณะเด่นของนกปรอดหัวโขน
|
ลักษณะ/นิสัย |
นกกรงหัวจุกตัวผู้ |
นกกรงหัวจุกตัวเมีย |
|
จุกที่หัว |
ขนจุกบนหัวใหญ่ จุกที่อยู่บนหัวมีโคนจุกใหญ่แล้วเริ่มเล็ก เรียวขึ้นไป ปลายจุกแหลมและปลายจุกจะชี้ไปทางหัวของนก |
ขนบนจุกจะเล็กกว่าตัวผู้จุกที่อยู่บนหัว มีโคนจุกเล็กกว่าตัว แล้วเริ่มเรียวขึ้นไปปลายจุกแหลม แต่ปลายจุกจะชี้มาทางด้านหลัง |
|
หัว |
มีหัวและใบหน้าใหญ่ | มีหัวและใบหน้าเล็กกว่าตัวผู้ |
|
ปาก |
มีสีดำเป็นมันและปลายปากงอเล็กน้อย | มีปากสีดำเป็นมันและปลายปากงอเล็กน้อย |
|
ตา |
ดวงตากลมและใส สีดำ | ดวงตากลมและใสสีดำ |
|
ขนแดงใต้ตา |
เป็นสีแดงฟูเป็นกระจุกใต้ตา | เป็นขนสีแดงฟูเป็นกระจุกใต้ตา |
|
ขนแก้ม |
เป็นกระจุกสีขาวฟูใหญ่กว่าขนแดงใต้ตา | เป็นกระจุกฟูใหญ่กว่าขนแดงใต้ตา์ |
|
คอ |
ขนาดของคอตัวผู้ใหญ่กว่าตัวเมียทำให้ร้องเสียงดี และร้องได้ นานกว่าตัวเมีย จึงสามารถร้องเป็นเพลงได้หลายคำ | ขนาดของคอเล็กกว่าตัวผู้ทำให้ร้องเสียงไม่ดี ร้องได้ไม่นานจึงทำให้ร้องไม่เป็นเพลง |
|
ขนคอด้านบน |
จะเป็นขนสีดำเรียบ | จะเป็นขนสีดำเรียบ |
|
ขนคอด้านล่าง |
เป็นขนสีขาวสะอาดและขนฟูเป็นปุย เหมือนสำลีนูนออกมา | เป็นขนสีขาวสะอาดและขนฟูเป็นปุยเหมือนสำลี นูนออกมา |
|
สร้อยคอ |
จะมีสีดำเป็นแถบจากคอพาดลงมาที่หน้าอก ที่ปลายสร้อยคอ มองดูแล้วจะมีลักษณะออกแหลมแต่ไม่ค่อยเด่นชัดนัก | จะมีสีดำเป็นแถบจากคอพาดลงมาที่หน้าอก ที่ปลายสร้อยคอมองดูแล้วจะมีลักษณะไม่แหลม |
|
อก |
มีอกใหญ่ ขนหน้าอกมีมากกว่าตัวเมีย โดยใช้ปากเป่าอกดูขน | หน้าอก มีอกเล็กกว่าตัวผู้ และขนหน้าอกจะมีน้อยกว่าตัวผู้ โดยใช้ปากเป่าดูขนหน้าอก หนังที่อกของตัวเมียจะเนียนละเอียดเกลี้ยงกว่าตัวผู้ |
|
ขนที่หัวปีก |
มีขนที่หัวปีกสีน้ำตาลดำ มีขนหางจำนวน 12 เส้น | ขนที่หัวปีกไม่มีสีแดงทั้ง 2 ข้าง |
|
หาง |
ขนหางมีสีน้ำตาลดำ มีขนหางจำนวน 12 เส้น | ขนหางมีสีน้ำตาลดำ มีขนหางจำนวน 9-10 เส้น |
|
เสียงร้อง |
เสียงร้องจะใหญ่และดังกังวานร้องได้ 3-7 พยางค์ | เสียงเล็กกว่าตัวผู้ร้องได้สั้นๆ 1-2 พยางค์ |
อาหาร หนอนนก ผลไม้สุก เช่น มะละกอสุก มะม่วงสุก ลูกตำลึง กล้วยน้ำว้า กล้วยหิน ยอดใบอ่อนยอดตะขบ ตำลึง และแมลง
การเลี้ยง ต้องหมั่นดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด เมื่อได้นกมาใหม่ ๆ ต้องคอยหาอาหารที่ใกล้เคียงธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นผลไม้ และตัวหนอน จัดสถานที่ที่เหมาะสมมิให้สัตว์อื่นหรือแม้กระทั่งบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องมารบกวน พยายามอยู่ในที่เงียบสักหนึ่งอาทิตย์เพื่อให้นกปรับสภาพ
ถ้าเป็นไปได้ให้นกเชื่องอยู่กับผู้เลี้ยงเพียงคนเดียว โดยผู้เลี้ยงหมั่นเปลี่ยนอาหาร น้ำ และนำนกไปแขวนไว้ที่โล่งแจ้งเพื่อให้ถูกแสงแดดในช่วงเช้าและเย็น ยกเว้นช่วงกลางวันแดดจัดไม่ควรให้ถูกแสงแดดมากๆ เกิน 2 ชั่วโมง แสงแดดจะช่วยทำลายเชื้อโรคจำพวกรา ลิ้นไรซึ่งอาจอยู่ตามซอกซี่กรงเป็นการรักษาให้นกมีสุขภาพดี
ในช่วงหน้าร้อนควรหาภาชนะใส่น้ำให้นกได้อาบชำระตัว และขนให้สะอาด นกชนิดนี้ค่อนข้างรักษาความสะอาดของตัวเอง การให้นกอาบน้ำควรเป็นเวลาช่วงบ่ายและควรนำนกไปผึ่งในที่แจ้งและมีแสงแดดส่อง นกจะทำความสะอาดตัวเองจากนั้นเอานกเข้าร่มเพื่อพักผ่อน
การได้นกมาเลี้ยง มีหลายวิธี ตั้งแต่จับลูกนกหูดำหรือลูกนกใบ้มาเลี้ยง (ขนที่หูหรือแก้มยังไม่เปลี่ยนเป็นสีแดง และยังร้องไม่เป็น) ข้อดีคือนกคุ้นเคยกับคน ไม่ตื่นกลัว แต่มักมีนิสัยขี้อ้อน , จับนกป่ามาเลี้ยง ข้อดี นกร้องเพลงเป็นแล้ว มีจิตใจเป็นนักต่อสู้ ข้อเสีย ขี้ตื่นกลัว และอาจใช้เวลานานหากจะเลี้ยงไว้แข่ง แต่ถ้าไม่อยากเสียเวลา ก็ให้ซื้อนกที่ผ่านการเลี้ยงมาแล้ว ข้อดีคือเลือกได้เต็มที่ นกไม่ตื่นกลัวคน แต่ราคาแพง
การฝึกฝนเพื่อการแข่งขัน
การที่จะนำนกมาฝึกฝนเพื่อการแข่งขันควรเป็นนกที่อายุไม่มากและไม่ควรจะเกิน 1ปี ถ้ายิ่งได้นกอายุ 2-3 เดือนมาฟูมฟักและเลี้ยงดูคู่กับนกใหญ่เสียงดี สำเนียงดี ลูกนก ( บางแห่งเรียกลุกใบ้ )ก็จะจดจำลีลาสำเนียงจากนก ใหญ่ที่ดีและเป็นผลดีกับผู้เลี้ยงเพื่อการแข่งขันอีกด้วยในการรักษาสายพันธุ์ของสายพันธุ์สำเนียงเสียง
การฝึกซ้อมนกปรอดหัวโขน เริ่มจากอาทิตย์แรกๆ ควร ซ้อมไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวันหลังจากพ้นหนึ่งเดือนไปแล้วก็เพิ่มเป็นวันละ 3 ชั่วโมง และต่อไปซ้อมวันละ 4 ชั่วโมง ช่วงเดือนที่สองและที่สามเราจะรู้ว่านกตัวไหนมีลีลาและสำเนียงเป็นเช่นไรเสียงผิดเพี้ยนหรือ ว่าไม่ ได้มาตรฐาน มีความตื่นตระหนกเวลาเคลื่อนย้ายและไม่ชินกับการเดินทางหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเราพาออกซ้อมกับนกบ้านอื่นแล้ว พบว่านกตัวนั้นหามีลีลาเป็นนักสู้แม้แต่น้อย คือ นกที่เป็นนกสู้จะออกท่าทาง ขึงขังกางปีกร้องท้าแล้วก็พองขน ถ้าไม่มีลักษณะนี้และฝึกฝนยังไงก็ไม่ดีขึ้น ควรแยกเอาไปอยู่ต่างหาก แต่ถ้านกตัวไหนทำสิ่งที่ตรงข้ามที่กล่าวมาข้างต้นถือว่าเป็นนกที่เริ่มสู้นก และมีแววเป็นนกแข่ง
สังเกตนกของเราว่าสู้นกอื่นมากขึ้นด้วยการยืนขึ้นด้วยการยืนระยะนานนั้นหมายถึงนกของเราพร้อมจะลง แข่งได้แล้ว ยิ่งนกเริ่มผลัดขนมีใจสู้นกตัวอื่น ๆ อย่างไม่เกรงกลัว นับเป็นนกลักษณะดี
สำหรับเทคนิคการดูระยะยืนของนกที่เริ่มหัดใหม่นั้นให้สังเกตตอนนำไปซ้อมกับนกตัวอื่นๆ ให้เช็คเป็นยกๆ ไป ยกละประมาณ 25-30 นาที ทำทั้งหมด 3 ยก หากนกของเราออกอาการสู้ด้วยท่าทางและสำเนียงเกิน 20 นาทีขึ้นไปก็ถือว่าใช้ได้และค่อนข้างดีทีเดียว ยิ่งสลับให้ไปประกบคู่กับนก ตัวใหม่แล้วนกของเรายังคงออกอาการสู้และส่งเสียงร้องเป็นจำนวน 3 ประโยคขึ้นไป ก็ควรทะนะถนอมให้ดี และควรหมั่นซ้อมเช่นนี้บ่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อจบยกสี่แล้วควรพักสัก 5 นาที แล้วเอานกเข้าไปซ้อมใหม่หากยังออกอาการเป็นนักสู้ด้วยลีลาและสำเนียงเส





Hi, this is a comment.
To delete a comment, just log in, and view the posts’ comments, there you will have the option to edit or delete them.