“นกกรงหัวจุก”

มาตรฐาน

ชื่ออื่นๆ นกกรงหัวจุก (ใต้) นกปรอดหัวโขนเคราแดง นกปรอดหัวจุก นกปรอดหัวโขน (กลาง) นกพิชหลิว นกปริ๊จจะหลิว( เหนือ)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Pycnonotus jocosus
สกุล Pycnonotus ซึ่งเป็นสกุลของนกปรอดสวน เป็นสัตว์คุ้มครองประเภทนกที่เพาะพันธุ์ได้ พบอาศัยอยู่ตั้งแต่ละแวกบ้านไปจนถึงบนยอดดอยสูงและตามป่าที่ราบต่ำ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๓๖ ชนิด นกมีถิ่นอาศัยอยู่แถบเอเชียในกลุ่มประเทศที่มีอุณหภูมิร้อนชื้นสูง เช่น จีน อินเดีย อินโดฯ สิงคโปร์ ลาว กัมพูชา และไทย พบเห็นได้ทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะนกปรอดหัวโขนเคราแดง

 

ลักษณะทั่วไป มีขนาดยาวประมาณ ๒๐ ซ.ม มีปากเรียวแหลม ปลายปากโค้งเล็กน้อย และมีขนสั้นแข็งบริเวณโคนปาก คอสั้น ลำตัวเพรียว ปีกสั้น หางยาว โดยนกปรอดหัวโขนมีขนหงอนยาวสีดำตั้งชันขึ้นมาบนหน้าผากเป็นลักษณะเด่น มองดูคล้ายกับคนที่สวมหัวโขนหรือชฎาที่มียอดแหลมขึ้นมา ลักษณะพิเศษของนกปรอดหัวโขนจะมีปากดำ กระหม่อมดำเช่นเดียวกับหงอน แก้มสีขาวและมีเส้นสีดำลากจากโคนปาก ลงมาต่อกับแถบสีดำข้างคอ ใต้ตามีแต้มสีแดง ลำตัวด้านบนสีน้ำตาล ลำตัวด้านล่าง สีขาว โคนหางด้านล่างสีแดง ปลายขอบหางสีขาว ขาสีดำ

วิธีดูเพศนก

นกกรงหัวจุกตัวผู้
หัวใหญ่ หน้าใหญ่ ขนคอขาวฟู ฐานจุกใหญ่ ปลายจุกโค้งไปด้านหน้าเล็กน้อย ดวงตาสดใส หมึกดำจะยาวกว่าตัวเมีย บางตัวปลายหมึกเกือบชิดกัน บัวแดงใหญ่ สีสดชัดเจน ข้อสังเกตุคือ ขนหัวปีกทั้งสองข้างมีสีแดงนิดหน่อยซึ่งตัวเมียไม่มี บริเวณขนหน้าอกหน้าท้องถ้าใช้ลมปากเป่าเบา ๆ จะเห็นขนอ่อนคลุมทั่วไป แต่ตัวเมียไม่ค่อยมี นกเก่งตอนยืนร้องจะเหยียดขาจนสุดข้อเท้า ปลายหางสอดใต้คอน ลีลาท่าเต้นงดงาม ร้องเป็นเพลงยาว ๆ มีจังหวะที่ดี 5-7 คำ

นกกรงหัวจุกตัวเมีย
หัวเล็ก หน้าเล็ก ขนคอเรียบ ๆ ฐานจุกเล็ก ปลายจุกโค้งไปด้านหลังหรือชี้ตรง หมึกดำมีไม่มาก บัวแดงเล็ก เรียบ ลีลาร้องไม่คึกคัก เพลงไม่ยาว มักร้อง 1 – 3 คำ ( ส่วนมาก 2 คำ )

นกปรอดหัวโขนที่ยังโตไม่เต็มวัยตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกันบริเวณหน้าผากและหงอนมีสีน้ำตาลอมดำ แต้มสีแดงใต้ตายังไม่ปรากฏ เห็นเพียงแก้มสีขาวใต้โคนหางก็เป็นสีชมพูจางๆ หรือสีส้มอ่อน ๆ ยังไม่แดงเข้มเท่ากับพ่อแม่ สำหรับแต้มสีแดงใต้ตาเป็นลักษณะเด่นของนกปรอดหัวโขน

ลักษณะ/นิสัย

นกกรงหัวจุกตัวผู้

นกกรงหัวจุกตัวเมีย

จุกที่หัว

ขนจุกบนหัวใหญ่ จุกที่อยู่บนหัวมีโคนจุกใหญ่แล้วเริ่มเล็ก
เรียวขึ้นไป ปลายจุกแหลมและปลายจุกจะชี้ไปทางหัวของนก
ขนบนจุกจะเล็กกว่าตัวผู้จุกที่อยู่บนหัว มีโคนจุกเล็กกว่าตัว แล้วเริ่มเรียวขึ้นไปปลายจุกแหลม แต่ปลายจุกจะชี้มาทางด้านหลัง

หัว

มีหัวและใบหน้าใหญ่ มีหัวและใบหน้าเล็กกว่าตัวผู้

ปาก

มีสีดำเป็นมันและปลายปากงอเล็กน้อย มีปากสีดำเป็นมันและปลายปากงอเล็กน้อย

ตา

ดวงตากลมและใส สีดำ ดวงตากลมและใสสีดำ

ขนแดงใต้ตา

เป็นสีแดงฟูเป็นกระจุกใต้ตา เป็นขนสีแดงฟูเป็นกระจุกใต้ตา

ขนแก้ม

เป็นกระจุกสีขาวฟูใหญ่กว่าขนแดงใต้ตา เป็นกระจุกฟูใหญ่กว่าขนแดงใต้ตา์

คอ

ขนาดของคอตัวผู้ใหญ่กว่าตัวเมียทำให้ร้องเสียงดี และร้องได้ นานกว่าตัวเมีย จึงสามารถร้องเป็นเพลงได้หลายคำ ขนาดของคอเล็กกว่าตัวผู้ทำให้ร้องเสียงไม่ดี ร้องได้ไม่นานจึงทำให้ร้องไม่เป็นเพลง

ขนคอด้านบน

จะเป็นขนสีดำเรียบ จะเป็นขนสีดำเรียบ

ขนคอด้านล่าง

เป็นขนสีขาวสะอาดและขนฟูเป็นปุย เหมือนสำลีนูนออกมา เป็นขนสีขาวสะอาดและขนฟูเป็นปุยเหมือนสำลี นูนออกมา

สร้อยคอ

จะมีสีดำเป็นแถบจากคอพาดลงมาที่หน้าอก ที่ปลายสร้อยคอ มองดูแล้วจะมีลักษณะออกแหลมแต่ไม่ค่อยเด่นชัดนัก จะมีสีดำเป็นแถบจากคอพาดลงมาที่หน้าอก ที่ปลายสร้อยคอมองดูแล้วจะมีลักษณะไม่แหลม

อก

มีอกใหญ่ ขนหน้าอกมีมากกว่าตัวเมีย โดยใช้ปากเป่าอกดูขน หน้าอก มีอกเล็กกว่าตัวผู้ และขนหน้าอกจะมีน้อยกว่าตัวผู้ โดยใช้ปากเป่าดูขนหน้าอก หนังที่อกของตัวเมียจะเนียนละเอียดเกลี้ยงกว่าตัวผู้

ขนที่หัวปีก

มีขนที่หัวปีกสีน้ำตาลดำ มีขนหางจำนวน 12 เส้น ขนที่หัวปีกไม่มีสีแดงทั้ง 2 ข้าง

หาง

ขนหางมีสีน้ำตาลดำ มีขนหางจำนวน 12 เส้น ขนหางมีสีน้ำตาลดำ มีขนหางจำนวน 9-10 เส้น

เสียงร้อง

เสียงร้องจะใหญ่และดังกังวานร้องได้ 3-7 พยางค์ เสียงเล็กกว่าตัวผู้ร้องได้สั้นๆ 1-2 พยางค์

อาหาร หนอนนก ผลไม้สุก เช่น มะละกอสุก มะม่วงสุก ลูกตำลึง กล้วยน้ำว้า กล้วยหิน ยอดใบอ่อนยอดตะขบ ตำลึง และแมลง

การเลี้ยง ต้องหมั่นดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด เมื่อได้นกมาใหม่ ๆ ต้องคอยหาอาหารที่ใกล้เคียงธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นผลไม้ และตัวหนอน จัดสถานที่ที่เหมาะสมมิให้สัตว์อื่นหรือแม้กระทั่งบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องมารบกวน พยายามอยู่ในที่เงียบสักหนึ่งอาทิตย์เพื่อให้นกปรับสภาพ
ถ้าเป็นไปได้ให้นกเชื่องอยู่กับผู้เลี้ยงเพียงคนเดียว โดยผู้เลี้ยงหมั่นเปลี่ยนอาหาร น้ำ และนำนกไปแขวนไว้ที่โล่งแจ้งเพื่อให้ถูกแสงแดดในช่วงเช้าและเย็น ยกเว้นช่วงกลางวันแดดจัดไม่ควรให้ถูกแสงแดดมากๆ เกิน 2 ชั่วโมง แสงแดดจะช่วยทำลายเชื้อโรคจำพวกรา ลิ้นไรซึ่งอาจอยู่ตามซอกซี่กรงเป็นการรักษาให้นกมีสุขภาพดี

ในช่วงหน้าร้อนควรหาภาชนะใส่น้ำให้นกได้อาบชำระตัว และขนให้สะอาด นกชนิดนี้ค่อนข้างรักษาความสะอาดของตัวเอง การให้นกอาบน้ำควรเป็นเวลาช่วงบ่ายและควรนำนกไปผึ่งในที่แจ้งและมีแสงแดดส่อง นกจะทำความสะอาดตัวเองจากนั้นเอานกเข้าร่มเพื่อพักผ่อน

การได้นกมาเลี้ยง มีหลายวิธี ตั้งแต่จับลูกนกหูดำหรือลูกนกใบ้มาเลี้ยง (ขนที่หูหรือแก้มยังไม่เปลี่ยนเป็นสีแดง และยังร้องไม่เป็น) ข้อดีคือนกคุ้นเคยกับคน ไม่ตื่นกลัว แต่มักมีนิสัยขี้อ้อน , จับนกป่ามาเลี้ยง ข้อดี นกร้องเพลงเป็นแล้ว มีจิตใจเป็นนักต่อสู้ ข้อเสีย ขี้ตื่นกลัว และอาจใช้เวลานานหากจะเลี้ยงไว้แข่ง แต่ถ้าไม่อยากเสียเวลา ก็ให้ซื้อนกที่ผ่านการเลี้ยงมาแล้ว ข้อดีคือเลือกได้เต็มที่ นกไม่ตื่นกลัวคน แต่ราคาแพง

การฝึกฝนเพื่อการแข่งขัน
การที่จะนำนกมาฝึกฝนเพื่อการแข่งขันควรเป็นนกที่อายุไม่มากและไม่ควรจะเกิน 1ปี ถ้ายิ่งได้นกอายุ 2-3 เดือนมาฟูมฟักและเลี้ยงดูคู่กับนกใหญ่เสียงดี สำเนียงดี ลูกนก ( บางแห่งเรียกลุกใบ้ )ก็จะจดจำลีลาสำเนียงจากนก ใหญ่ที่ดีและเป็นผลดีกับผู้เลี้ยงเพื่อการแข่งขันอีกด้วยในการรักษาสายพันธุ์ของสายพันธุ์สำเนียงเสียง

การฝึกซ้อมนกปรอดหัวโขน เริ่มจากอาทิตย์แรกๆ ควร ซ้อมไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวันหลังจากพ้นหนึ่งเดือนไปแล้วก็เพิ่มเป็นวันละ 3 ชั่วโมง และต่อไปซ้อมวันละ 4 ชั่วโมง ช่วงเดือนที่สองและที่สามเราจะรู้ว่านกตัวไหนมีลีลาและสำเนียงเป็นเช่นไรเสียงผิดเพี้ยนหรือ ว่าไม่ ได้มาตรฐาน มีความตื่นตระหนกเวลาเคลื่อนย้ายและไม่ชินกับการเดินทางหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเราพาออกซ้อมกับนกบ้านอื่นแล้ว พบว่านกตัวนั้นหามีลีลาเป็นนักสู้แม้แต่น้อย คือ นกที่เป็นนกสู้จะออกท่าทาง ขึงขังกางปีกร้องท้าแล้วก็พองขน ถ้าไม่มีลักษณะนี้และฝึกฝนยังไงก็ไม่ดีขึ้น ควรแยกเอาไปอยู่ต่างหาก แต่ถ้านกตัวไหนทำสิ่งที่ตรงข้ามที่กล่าวมาข้างต้นถือว่าเป็นนกที่เริ่มสู้นก และมีแววเป็นนกแข่ง

สังเกตนกของเราว่าสู้นกอื่นมากขึ้นด้วยการยืนขึ้นด้วยการยืนระยะนานนั้นหมายถึงนกของเราพร้อมจะลง แข่งได้แล้ว ยิ่งนกเริ่มผลัดขนมีใจสู้นกตัวอื่น ๆ อย่างไม่เกรงกลัว นับเป็นนกลักษณะดี

สำหรับเทคนิคการดูระยะยืนของนกที่เริ่มหัดใหม่นั้นให้สังเกตตอนนำไปซ้อมกับนกตัวอื่นๆ ให้เช็คเป็นยกๆ ไป ยกละประมาณ 25-30 นาที ทำทั้งหมด 3 ยก หากนกของเราออกอาการสู้ด้วยท่าทางและสำเนียงเกิน 20 นาทีขึ้นไปก็ถือว่าใช้ได้และค่อนข้างดีทีเดียว ยิ่งสลับให้ไปประกบคู่กับนก ตัวใหม่แล้วนกของเรายังคงออกอาการสู้และส่งเสียงร้องเป็นจำนวน 3 ประโยคขึ้นไป ก็ควรทะนะถนอมให้ดี และควรหมั่นซ้อมเช่นนี้บ่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อจบยกสี่แล้วควรพักสัก 5 นาที แล้วเอานกเข้าไปซ้อมใหม่หากยังออกอาการเป็นนักสู้ด้วยลีลาและสำเนียงเส

About these ads

One response »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s